Day: 15 พฤษภาคม 2023

กิจกรรมเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2566 เวลา 08.00 น. นายวุฒินันท์ พันธไชย นายกเทศมนตรีตำบลท่าช้างคล้อง มอบหมายให้ นายธรรมนูญ ปราบหลอด เลขานุการนายกฯ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และพนักงานจ้าง ร่วมกิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ไหว้พระ และร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ณ บริเวณด้านหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลท่าช้างคล้อง อำเภอผาขาว จังหวัดเลย

ประชาสัมพันธ์การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งว่า สถานการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในประเทศไทย ยังคงพบผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าโดยในปีพ.ศ 2565 จำนวน 4 ราย และ พ.ศ 2566 จำนวน 2 ราย และยังพบผลบวกสัตว์ติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง ซึ่งมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ก่อให้เกิดผู้เสียชีวิตปรากฏว่าเมื่อถูกสุนัขหรือแมวกัดข่วน และไม่เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า นอกจากนี้ยังคงอีกว่าร้อยละ 50 ของผู้เสียชีวิตถูกสุนัขของตนเองกัด ข่วน ทั้งนี้ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนตามหลักเวชศาสตร์ จึงทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้าเสียชีวิตในที่สุด
*****เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ประชาชนควรเฝ้าระวังและป้องกันโรคได้ดังนี้
1. โรคพิษสุนัขบ้ามีอันตรายถึงชีวิต ผู้ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าจะเสียชีวิตเกือบทุกราย และสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งปี เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้ในการรักษาแต่ป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน โดยสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน(รพ.สต.)
2. การปฐมพยาบาลเบื้องต้นหากถูกสุนัขหรือแมว กัด ข่วน ให้ล้างแผลด้วยน้ำเปล่าทันที เช็ดแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและรีบไปพบแพทย์ทันทีพร้อมประวัติการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเพื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง
3.หากพบว่าสุนัขหรือแมว กัด ข่วน ตนเองหรือผู้อื่นให้นำสุนัขหรือแมวไปขังไว้เพื่อสังเกตอาการอย่างน้อย 10 วัน หรือพบสัตว์สงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้าต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอทันที

ประชาสัมพันธ์มาตรการเฝ้าระวังและผลกระทบต่อสุขภาพจากโรคฮีทสโตรก (Heat strike)

กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งว่าเดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม 2566 ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ ซึ่งประชาชนมีโอกาสป่วยเป็นโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายจากสภาวะที่ร้อนจัด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้
*****เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโรคฮีทสโตรก จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและป้องกันโรคฮีทโตรกดังนี้
1.โรคฮีทสโตรก (heat stroke) เป็นภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมความร้อนในร่างกายจากสภาพอากาศที่ร้อนสูงกว่าปกติ โดยมีอาการสำคัญได้แก่ ตัวร้อน อุณหภูมิร่างกายสูง 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดอาการหน้ามืด เพ้อ กระสับกระส่าย มึนงง หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ชักเกร็ง ช็อค จนถึงหมดสติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยมีบุคคลกลุ่มเสี่ยงดังนี้
1) กลุ่มที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดดจัด
2) กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบและผู้สูงอายุเนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว
3) ผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง
โรคความดันโลหิตสูง
4) ผู้ที่มีโรคอ้วน
5) ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
6) ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีปริมาณมาก
2. การป้องกันตนเองจากโรค heat stroke ดังนี้
1) สวมเสื้อผ้าสีอ่อนระบายอากาศร้อนได้ดี
2) ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
3) รถหรือเสี่ยงทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงตามแจ้งมานาน
4) สวมแว่นกันแดด กางร่ม สวมหมวกปีกกว้าง
5) ควรดื่มน้ำ 2-3 ลิตรต่อวันเพื่อชดเชยการเสียงานในร่างกายจากเหงื่อออก
6) หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
7) ผู้ที่ออกกำลังกาย ควรเลือกออกกำลังกายในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เนื่องจากเป็นช่วงที่อาการไม่ร้อนมากและเป็นเวลาที่เหมาะสม

ประชาสัมพันธ์มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอุจจาระร่วง

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแจ้งว่า เดือนเมษายน – พฤษภาคม 2566 เป็นฤดูร้อน ส่งผลให้อาหารที่เตรียมไว้รับประทาน มีโอกาส บูด เสียได้ง่าย และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดภาวะโรคอุจจาระร่วง สามารถพบได้กับประชาชนทุกกลุ่มวัย พบมากโดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุและเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ลักษณะของโรคอุจจาระร่วง (Diarrhea) เป็นภาวะที่มีการถ่ายอุจจาระเหลว 3 ครั้ง/วัน หรือมากกว่า หรือถ่ายมีมูกเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง อาเจียนบ่อย กินอาหารไม่ได้ กระหายน้ำกว่าปกติ มีไข้สูง ติดต่อโดยการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีเชื้อปนเปื้อนมาจากผู้ป่วย หรือผู้ที่เป็นพาหะ รวมถึงน้ำหรือน้ำแข็งที่ไม่สะอาด ส่งผลให้เกิดอาการอุจจาระร่วงได้
****** เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอุจจาระร่วง ประชาชนควรเฝ้าสังเกตอาการและป้องกันตนเองได้ ดังนี้
1.โรคอุจจาระร่วง เป็นภาวะที่ทำให้เกิดการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำอย่างผิดปกติตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ภายใน 1 วัน หรือมีอาการถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือด อย่างน้อย 1 ครั้ง และอาจมีอาเจียน สาเหตุเกิดจากการรับประทานอาหารและน้ำที่ไม่สะอาด ภาชนะที่ใส่อาหารสกปรก และมีการปนเปื้อนเชื้อโรค
2. การดูแลตนเองเบื้องต้น สามารถดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันการขาดน้ำ กินอาหารอ่อนย่อยง่ายหากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพบแพทย์ ณ โรงพยาบาล หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้บ้าน และหลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเอง
3. การป้องกันตนเอง โดยการกินร้อน รับประทานอาหารสะอาดปรุงสุก ใช้ช้อนกลางตักอาหาร และล้างมือให้สะอาดก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง